ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ (38 ปีขึ้นไป)

ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ (38 ปีขึ้นไป)

ดูแลการมองเห็นของคุณให้คมชัด

 

ช่วงวัยนี้ดวงตาเริ่มต้องหมั่นตรวจสุขภาพให้มากขึ้น เหมือนเครื่องจักรอาจมีเริ่มเสื่อมสภาพ ซึ่งขึ้นอยู่กับการดูแลดวงตาช่วงวัยก่อนหน้านี้ รวมทั้งสุขภาพร่างกายหรือกรรมพันธุ์ในครอบครัว และความล้าของดวงตาจากการใช้งาน  ส่วนมากก็เริ่มปรากฏอาการให้เห็น ดังนั้นการดูแลสุขภาพดวงตาหรือหาอุปกรณ์ช่วยให้การโฟกัสภาพดีขึ้น เช่น การวัดสายตาที่ละเอียดถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ และการเลือกผลิตภัณฑ์เลนส์แว่นสายตาที่ลดการเพ่งหรือล้าดวงตา เช่น เลนส์ดูน่าโปรเกรสซีฟ ซึ่งตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาพร่ามัวให้มองชัดเจนขึ้นและการมองภาพที่บายตานุ่มนวล เป็นต้น

เลนส์สำหรับผู้สูงอายุ

สิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกแว่นตาเมื่อมีอายุเกิน 60 ปี

เมื่อคุณมีอายุมากขึ้น สายตาก็เสื่อมไปตามวัย ถึงแม้ว่าคุณจะใส่แว่นตามาตลอดก็ตาม แต่แว่นสายตาที่ใส่สมัยอายุยังน้อยก็ใช้แก้ปัญหาสายตาในช่วงนั้นได้ แต่เมื่อคุณอายุมากขึ้น แว่นสายตาก็ต้องเปลี่ยนไปตามค่าสายตาที่เปลี่ยนไปตามวัยเช่นกัน

นอกจากนั้นยังมีภาวะความผิดปกติและโรคทางสายตาต่างๆ ที่เกิดในผู้สูงวัยอีกหลายอย่าง ซึ่งจะค่อยๆ มีพัฒนาการของโรคขึ้นไปพร้อมๆ กับอายุที่มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น สายตาไวต่อแสงมากขึ้น หรือเป็นต้อกระจก ถึงแม้ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่เราจะป้องกันทุกโรคและภาวะความเสื่อมของสายตาได้ทุกอย่าง แต่สิ่งสำคัญคือ คุณควรรู้จักอาการที่เป็นสัญญาณของโรคต่างๆ เพื่อที่จะสามารถเลือกใช้เลนส์ที่เหมาะกับภาวะของคุณได้

อาการของภาวะสายตาเสื่อมตามวัย

คนส่วนใหญ่เริ่มประสบปัญหามองตัวหนังสือไม่ชัดถ้าไม่มีแว่นเมื่ออายุย่างเข้า 40 ปี จึงต้องหาแว่นอ่านหนังสือมาใช้ อย่างไรก็ตาม คุณอาจพบว่ายิ่งอายุมากขึ้น ความสามารถในการอ่านหนังสือยิ่งลดลง หรือในเวลาเดียวกันก็เริ่มมีปัญหาในการมองในระยะไกลด้วย

นอกจากนั้น คุณยังอาจสังเกตว่ามีอาการอื่นๆ เริ่มปรากฏให้เห็นด้วย เช่น สายตาไวต่อแสง, ทำงานในที่แสงน้อยได้ลำบาก, และตามัวในตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง ช่วงแรกๆ คุณอาจไม่ใส่ใจนัก แค่รู้สึกว่าไม่สะดวกเท่านั้น แต่อาการต่างๆ เหล่านี้อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าคุณกำลังประสบภาวะสายตาเสื่อมตามอายุที่เกิดในผู้สูงวัย

แว่นตาป้องกันรังสียูวี (UV) และสายตาไวต่อแสง

เมื่ออายุมากขึ้น คุณอาจมีอาการสายตาไวต่อแสง หรือ ตากลัวแสง ซึ่งบางครั้งเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต เพราะแสงจ้าสามารถทำให้คุณรู้สึกไม่สบายอย่างยิ่ง แม้กระทั่งขณะอยู่ในบ้าน

อย่างไรก็ตาม มีตัวช่วยบางอย่างที่สามารถป้องกันไม่ให้อาการแย่ลงเร็วเกินไป สารเคลือบลดการสะท้อน และป้องกันรังสียูวี (UV) เช่นเลนส์มัลติโค้ตหรือ T-MATIC  ที่อยู่บนผิวเลนส์ ปกป้องดวงตาของคุณจากรังสียูวี (UV) และแสงสะท้อน ช่วยให้คุณมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นเมื่อมองผ่านแสงที่มีความจ้าต่างๆ กัน และยังช่วยป้องกันดวงตาของคุณไม่ให้ถูกทำลาย

การรับมือกับสายตายาวตามอายุ

เมื่อคุณอายุมากขึ้น คุณอาจรู้สึกว่าสายตาเริ่มจะมัวลงในตาข้างหนึ่งหรือสองข้าง หรือประสิทธิภาพการมองเห็นลดลงทางใดทางหนึ่ง เช่น มองเห็นแสงทรงกลด (Halo) รอบดวงไฟ หรือเห็นเงาดำลอยไปมา สาเหตุหลักของอาการทางสายตาต่างๆ ในผู้สูงวัย คือ ภาวะสายตายาวตามอายุ เป็นภาวะที่ความสามารถในการมองเห็นเสื่อมถอย ทั้งในการมองระยะใกล้และไกล ซึ่งเกิดขึ้นเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป และเป็นภาวะที่ต้องเฝ้าสังเกตอย่างใกล้ชิดเมื่ออายุย่างเข้า 60 ปี ถึงแม้ว่าจะเคยตัดแว่นเพื่อแก้ไขสายตาไปแล้วตั้งแต่เมื่ออายุ 40 ปี สายตามักจะเสื่อมลงไปเรื่อยๆ หรือเริ่มมัวเมื่ออายุ 60 ปี จำเป็นต้องเปลี่ยนเลนส์ใหม่ ที่ปรับค่าให้ตรงกับสายตาที่เปลี่ยนไป

 

 

DUNA PROGRESSIVE LENS  คือทางเลือกที่ดีทางหนึ่งที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระยะการมอง คุณสามารถมองเห็นระยะต่างๆ ได้อย่างคมชัด และกำจัดความพร่ามัวที่มีสาเหตุจากสายตายาวตามอายุ เมื่อเคลือบมัลติโค้ต หรือทำเป็นเลนส์ปรับเปลี่ยนสีอัตโนมัติ (T-MATIC) เพื่อลดความไวต่อแสง ทั้งสองส่วนนี้ช่วยให้การเปลี่ยนระยะการมองจากใกล้ไปสู่ระยะไกลมีความราบรื่น ลดความรู้สึกวิงเวียนหรือปรับโฟกัสไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น เลนส์บางตัวมีคุณสมบัติช่วยขยายขอบเขตสายตา ทำให้คุณสามารถปรับโฟกัสในการมองสิ่งต่างๆ รอบตัวได้เร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากสายตายาวตามอายุแล้ว ปัญหาสายตาบางอย่างอาจมีสาเหตุจากภาวะความบกพร่องอื่นๆ เช่น

  • ความผิดปกติในกระจกตา เป็นภาวะที่เกิดขึ้นจากความเสื่อมตามอายุ ซึ่งทำให้การมองเห็นแย่ลง หรือเห็นแสงทรงกลด
  • ถ้าคุณมองเห็นเงาดำลอยไปมา หรือมีจุดดำๆ ในสายตา อาจเป็นผลโดยตรงจากภาวะความเสื่อมตามวัยที่เรียกว่า ภาวะวุ้นตาเสื่อม

คุณสามารถทำอะไรได้บ้าง

เรามักแนะนำเสมอให้ไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านสายตา เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับภาวะปัญหาทางสายตา, อาการ, และทางเลือกในการรักษาที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ถ้าหากคุณได้ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับทางเลือกต่างๆ ที่มีอยู่ ก็เป็นประโยชน์ไม่น้อย มีเลนส์มากมายหลายชนิดให้คุณเลือกที่เหมาะกับความต้องการของคุณ ไม่ว่าปัญหาสายตาของคุณจะคือสายตาไวต่อแสง ตามัว หรืออาการอื่นใดก็ตาม

 

 

วัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น (18-37 ปี)

วัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น (18-37 ปี)

ทางเลือกที่สมบูรณ์แบบ สำหรับผู้ใหญ่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่งหรือชีวิตเรียบง่าย

 

ช่วงเวลานี้เป็นช่วงวัยที่ท้าทาย เก็บเกี่ยวหาประสบการณ์ต่างๆในชีวิต ดังนั้นเลนส์แว่นตาสำหรับช่วงวัยนี้ควรเป็นเลนส์ที่ปกป้องดวงตาได้ดีจากแสงที่เป็นอันตราย เช่น รังสียูวี (UV) รังสีแสงที่มีพลังงานมาก เช่น HEV (high energy visible light) เป็นแสงช่วงแสงสีฟ้า รวมทั้งเลนส์ควรมีความปลอดภัยจากการกระแทกหรืออุบัติเหตุทางตา มีความคมชัดระดับสูงเพื่อลดการล้าจากการใช้สายตามากๆ และถนอมสายตา

 

 

5 ปัจจัยที่นักศึกษาหรือวัยทำงานควรใช้พิจารณาในการเลือกซื้อแว่นตาในช่วงวัยนี้

1. การตรวจตาอย่างสม่ำเสมอ

การตรวจตาอย่างสม่ำเสมอกับผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง รวมทั้งการตรวจตาอย่างสม่ำเสมอเป็นการดูแลดวงตาให้อยู่กับเราให้นานที่สุด และการปรับค่าสายตาสำหรับแว่น หรือคอนแทคเลนส์ของคุณถูกต้องอยู่เสมอเพื่อลดการล้ากล้ามเนื้อตา

2. การจัดการกับอาการ

หลายคนช่วงนี้มักละเลยการดูแลสุขภาพด้านโภชนาการคือทานอาหารตามความชอบ ไม่ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายและดวงตา อาทิ อาหารจำพวกธัญพืช ผักต่างๆ โดยเฉพาะผักสีเขียวหรือสีเหลือง ไข่ เป็นต้นซึ่งมีวิตามินและสารลูทีนสูง

3. คุณมี Lifestyle อย่างไร

เช่น ชอบทำงานคอมพิวเตอร์ หรือแต่ละวันใช้สายตากับอุปกรณ์มือถือมาก เลนส์แว่นสายตาควรช่วยลดการล้าตาและควรปกป้องดวงตาจากแสงหน้าจอเข้าสู่ดวงตามากเกิน เช่น แสงสีฟ้า หรือ HEV (high energy visible light) ซึ่งผลระยะยาวไม่ดีต่อจอรับภาพในตาได้

4. ควรปกป้องดวงตาจากรังสียูวี

รังสีอัลตร้าไวโอเล็ต (UV) เป็นอันตรายต่อดวงตาของเรา ไม่ว่าจะอยู่ในร่มหรือกลางแจ้ง นวัตกรรมเทคโนโลยีการเคลือบหลายชั้นบนผิวเลนส์อย่างเช่นที่ใช้ในการออกแบบเลนส์ T-MATIC ช่วยให้คนที่ใส่แว่นแก้ไขสายตามีความสะดวกและสวมใส่สบายไม่ว่าจะอยู่ข้างนอกหรือในร่ม เลนส์ T-MATIC เปลี่ยนสีได้ตามความเข้มของแสงทางตรง ช่วยให้ผู้ใส่สามารถเดินออกจากออฟฟิสไปขึ้นรถได้อย่างสบาย ไม่ต้องเปลี่ยนจากแว่นสายตาเป็นแว่นกันแดด เลนส์ T-MATIC สามารถปกป้องรังสียูวีที่เป็นอันตราย จึงเป็นตัวเลือกที่เลือกง่ายไม่ต้องคิดมาก สำหรับคนที่มีกิจกรรมแอ็คทีฟอยู่กลางแจ้งเสมอ และจำเป็นต้องใส่แว่นสายตา ไม่สามารถใส่คอนแทคเลนส์ได้

5. ต้องขับรถเวลากลางคืนหรือไม่

ถ้าคุณต้องขับรถในเวลากลางคืน ลองพิจารณาเลนส์ป้องกันแสงสะท้อน  เช่น เลนส์มัลติโค้ต หรือเลนส์ซึ่งช่วยให้คุณมองเห็นวัตถุต่างๆ ด้วยความละเอียดคมชัดสูง (HD) เช่น เลนส์ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงที่ให้ความคมชัดและสบายตามากกว่าเลนส์ทั่วไป  ถึงแม้ว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวจะมืด เลนส์ป้องกันแสงสะท้อนจะช่วยลดแสงสะท้อนจากไฟที่สว่างจ้าที่มาจากไฟหน้าของรถคันอื่น หรือไฟถนน ทำให้วิสัยทัศน์โดยรวมมองดูชัดเจนขึ้นสำหรับคนที่ใส่แว่นสายตาขณะขับรถในเวลากลางคืน

 

 

เด็กและวัยเรียน (0-17 ปี)

เด็กและวัยเรียน (0-17 ปี)

สุขภาพการมองเห็นที่ดี คือหัวใจสำคัญสำหรับการเรียนรู้ในช่วงที่เติบโต

ข้อแนะนำในการเลือกซื้อแว่นตาสำหรับเด็ก หรือวัยรุ่น

ปัจจุบันปัญหาสายตาในเด็กกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา เด็กๆ ส่วนใหญ่ที่ต้องใส่แว่นเพื่อแก้ไขปัญหาสายตา เกิดจากสาเหตุสายตาสั้น หรือสายตายาว ดังนั้นถ้าหากลูกของคุณมีปัญหาในการมองในระยะไกลหรือใกล้ ไม่ต้องกังวล เพียงรีบพาลูกไปพบจักษุแพทย์หรือร้านแว่นตาที่ได้มาตรฐานใกล้บ้านคุณ เพื่อรับการตรวจตา

แว่นตาสำหรับเด็ก และวัยรุ่น

สิ่งที่ควรพิจารณา

ในการเลือกซื้อแว่นตาสำหรับเด็ก มีบางอย่างที่คุณควรพิจารณา:

  • อายุ: เด็กเล็กอาจจะต้องการแว่นที่แข็งแรงทนทานต่อความเสียหาย ในขณะที่เด็กโตหรือวัยรุ่น อาจจะให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์มากกว่า
  • ไลฟ์สไตล์: เด็กหรือวัยรุ่นของคุณแอ็คทีฟแค่ไหน ชอบเล่นกีฬา หรืออยู่ในบ้าน ไลฟ์สไตล์เหล่านี้มีผลต่อชนิดของเลนส์ กรอบแว่น และการใช้เลนส์เคลือบสารพิเศษแบบต่างๆ
  • ภาวะของสายตา: การไปตรวจตาเป็นประจำตั้งแต่ยังเด็กเป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะปัญหาความผิดปกติบางอย่างทางสายตาสามารถแก้ไขรักษาให้หายได้อย่างถาวร ความเข้าใจในภาวะปัญหาต่างๆ และรับคำแนะนำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้คุณสามารถเลือกแว่นที่เหมาะสมกับปัญหาได้

หลังจากพิจารณาประเด็นหลักแล้ว คุณค่อยลงลึกและพิจารณาประเด็นปลีกย่อยอื่นๆ ในการตัดสินใจเลือกแว่นที่เหมาะสมที่สุด มีปัจจัยหลายอย่างให้คุณคิดพิจารณาเลือกแว่นที่ดีที่สุดให้ลูก ซึ่งปัจจัยต่างๆ มีดังนี้:

  • ความทนทาน: ไม่ว่าจะสำหรับผู้ใช้อายุมากหรือน้อย ความแข็งแรงทนทานเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ในมือของเด็กหรือวัยรุ่นที่ไม่อยู่นิ่ง นั่นหมายถึงกรอบแว่นที่ทำจากพลาสติก หรือโลหะ และเลนส์ที่มีการเคลือบสารกันรอยขีดข่วน ทนแรงกระแทกสูงและปลอดภัย เช่น DUNA IMPACT หรือ DUNA KIDS
  • ความหนาของเลนส์: ถ้าเป็นแว่นสำหรับเด็กที่อายุน้อยมากๆ เลนส์ย่อบางน่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่ทำให้แว่นมีน้ำหนักเบาเพื่อให้สวมใส่สบาย หรือเพื่อให้วัยรุ่นรู้สึกมั่นใจในการใส่ เพราะแว่นเลนส์บางๆ ดูดีกว่าแว่นเลนส์หนามาก เช่น เลนส์ที่มี Index 1.60, 1.61
  • การใช้อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์: ถ้าลูกของคุณชอบดูโทรทัศน์ หรือใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน ซึ่งทำให้ได้รับแสงสีน้ำเงินมากเกินควร เลนส์ป้องกันแสงสีน้ำเงินสามารถช่วยลดผลกระทบจากแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายได้ และช่วยปกป้องดวงตาของลูกคุณ เช่น BLUE CUT และ BLUE CUT PLUS

การพิจารณามองหาสิ่งที่ช่วยปกป้องดวงตาจากแสงอาทิตย์ หรือแสงสะท้อน เป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้จะอธิบายอย่างละเอียดในตอนต่อจากนี้

 

EYEGLASS OPTIONS FOR ACTIVE CHILDREN

เด็กหรือวัยรุ่นที่มีบุคลิกคล่องแคล่วว่องไวมักมีกิจกรรมมากมาย และชอบออกกำลังกาย เพื่อให้แน่ใจว่าแว่นตาสำหรับพวกเขาเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ที่ไม่อยู่นิ่ง และคงทนได้นานเกินสัปดาห์ นี่คือข้อแนะนำสองข้อที่เป็นประโยชน์

  • ปกป้องรังสียูวี (UV) : เลนส์ที่มีสารเคลือบป้องกันรังสียูวี (UV) มีความสำคัญมากในการปกป้องดวงตาของเด็กที่บอบบาง และยังอยู่ระหว่างการพัฒนาในขณะที่เล่นอยู่กลางแจ้ง ยิ่งไปกว่านั้นการได้รับแสงยูวีมากเกินไปสามารถเป็นสาเหตุของความผิดปกติทางสายตา และทำให้จอประสาทตาเสียหายในระยะยาว ดังนั้น การป้องกัน และปกป้องตั้งแต่อายุน้อยๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ
  • เคลือบผิวป้องกันรอยขีดข่วนและทนแรงกระแทก: สารเคลือบผิวชนิดพิเศษช่วยเพิ่มความทนทานต่อความเสียหาย เป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับเด็ก ผู้ซึ่งมีความน่าจะเป็นที่จะนั่งทับแว่นมากกว่าสวมอยู่บนหน้าเสียอีก แว่นที่ทำจากวัสดุโพลีคาร์บอเนต และ MR.8 เช่น DUNA IMPACT หรือ  DUNA KIDS  เป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุด เพราะสามารถทนแรงกระแทกได้