อายุกับสายตา

เรียนรู้ว่าอายุสามารถส่งผลกระทบต่อสายตาของเราอย่างไร

อายุมีผลต่อสายตาได้เพราะเวลาเด็กเล็กขนาดลูกตาเล็กแนวโน้มสายตามักพบปัญหาสายตายาวได้บ่อยแต่เวลอายุเพิ่มขึ้นลูกตาจะโตตามอายุดังนั้นส่วนใหญ่อาจพบสายตายาวลดลงจนอาจพบปกติอายุประมาณ 7-8 ขวบปี ส่วนขนาดลูกตาก็มีการเปลี่ยนแปลงจนนิ่งประมาณอายุ 18-20 ปี จึงพบว่าสายตาเริ่มนิ่ง ส่วนอายุช่วงวัยเรียนพบว่าปัจจุบันมีการใช้สายตาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอุปกรณ์มือถือ tablet อาจทำให้สายตาสั้นพบบ่อย และรุนแรงขึ้นมาก

ปัญหาความผิดปกติทางสายตาในเด็ก (อายุ 0-12 ปี)

พัฒนาการทางสายตาของเด็กจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว เด็กแรกเกิดใช้เวลาเพียง 3 วัน ก็สามารถปรับโฟกัสสายตาได้แล้ว เมื่ออายุ 6 สัปดาห์ สายตาของเด็กอาจจะยังเห็นเป็นภาพมัว แต่เด็กควรที่จะสามารถจดจำใบหน้าของพ่อแม่ได้แล้ว ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เด็กควรได้รับการตรวจตา เมื่ออายุ 6 เดือน เช่นเดียวกับการไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายโดยทั่วไป การตรวจตาเป็นการทดสอบว่าเด็กสามารถมองตามวัตถุได้ และไม่เป็นตาเข

ปัญหาโรคตาที่พบบ่อยในเด็กเล็ก

  • ปัญหาสายตาผิดปกติ เช่น สายตาสั้น สายตายาวหรือสายตาเอียง เด็กอาจไม่สามารถบอกได้ดังนั้น พ่อ แม่หรือคุณครูอาจสังเกตพฤติกรรมเด็ก เช่น ชอบหยี่ตามอง ชอบมองใกล้ๆ ปวดศีรษะบ่อยๆ หรือลองปิดตาหนึ่งตาแล้วเด็กเล็กร้องไห้หรือปัดมือออก รวมทั้งการเรียนแย่ขึ้น ซึ่งอาจเป็นอาการของปัญหาสายตา ดังนั้น ควรพาเด็กไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาหรือจักษุแพทย์ตรวจวัดสายตา หากพบปัญหาสายตา แนะนำให้สวมใส่แว่นสายตา
  • เยื่อบุตาอักเสบ คืออะไร? การอักเสบของเยื่อบุตา ซึ่งทำให้เกิดอาการตาแดง ระคายเคืองตา โดยต้นเหตุในเด็กอาจจากการติดเชื้อ หรือภูมิแพ้ตา หรือระคายเคืองจากขนตาทิ่มตา เป็นต้น

การรักษา: คือ รักษาตามสาเหตุที่ทำให้เกิดเยื่อบุตาอักเสบ

  • ตาเข  ตาเหล่ ( Strabismus) คืออะไร? ภาวะที่ตาทั้งสองข้างไม่มองไปในทิศทางเดียวกัน หรือข้างใดข้างหนึ่งมองเฉไป โดยต้นเหตุบางครั้ง มาจากปัญหาสายตา เช่น สายตายาว 

การรักษา: ถ้าปัญหาจากสายตาคือการสวมแว่นสายตารวมทั้งอาจมีเลนส์ปริซึมร่วม หรือบางรายอาจจำเป็นต้องผ่าตัดกล้ามเนื้อตาโดยจักษุแพทย์

    • ตาขี้เกียจ คือ? การพัฒนาสมองด้านการมองเห็นน้อยกว่าปกติ ดังนั้นทำให้การมองเห็นในตาขี้เกียจได้น้อยกว่าปกติ ซึ่งโรคตาขี้เกียจรักษาไม่ได้หลังการพัฒนาการมองเห็นสิ้นสุดแล้ว คือ หลังอายุ 10 ขวบปี ดังนั้นการรักษาโรคตาขี้เกียจควรวินิจฉัยและรีบรักษาในเด็ก ยิ่งเร็วยิ่งได้ผลดี ส่วนต้นเหตุตาขี้เกียจที่พบบ่อยเกิดจาก ตาเข ปัญหาสายตาโดยเฉพาะ สายตายาว สายตาเอียง สุดท้ายคือมีอะไรบดบังตา เช่น หนังตาตก หรือโรคต้อกระจกในเด็ก ส่วนการรักษาโรคตาขี้เกียจ คือแก้ปัญหาสาเหตุและกระตุ้นตาขี้เกียจโดยการปิดตาขยัน

 


ปัญหาความผิดปกติทางสายตาในวัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่ตอนต้น (อายุ 13-39 ปี)

พบว่าการเปลี่ยนแปลงสายตาสั้นอาจเพิ่มขึ้นมากเมื่อเข้าสู่ระยะเป็นหนุ่มเป็นสาว ถ้าสายตามีการเปลี่ยนแปลง ควรรีบไปตรวจวัดสายตาเบื้องต้นก่อนกับผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยว่ามีภาวะผิดปกติทางสายตาใดๆ เช่น สายตาสั้น และให้ใส่แว่นตาแก้ไขสายตา ในกรณีนี้ ควรไปรับการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำด้วย

วัยรุ่นควรระมัดระวังการใช้สายตาเป็นพิเศษ ควรพักสายตาบ่อยๆ จากการจ้องมองจอคอมพิวเตอร์ หรือโทรทัศน์ และหลีกเลี่ยงรังสียูวีจากดวงอาทิตย์ที่เป็นอันตรายต่อสายตา โดยการใส่แว่นที่มีเลนส์ป้องกันรังสียูวี เมื่อเวลาออกแดด หรือ แว่นป้องกันแสงสีฟ้ากรณีทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์มือถือ

ปัญหาความผิดปกติทางสายตาที่พบบ่อยในวัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ได้แก่

  • ปัญหาสายตา ช่วงเวลานี่พบว่าสายตาเปลี่ยนแปลงได้โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่น ที่มีประวัติครอบครัวมีสายตาสั้นหรือใช้คอมพิวเตอร์หลายชั่วโมงต่อวัน ดังนั้นช่วงวัยนี้ควรตรวจวัดสายตาทุก 6 เดือน เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงค่าสายตา ถ้าพบการเปลี่ยนแปลงมากผู้เชี่ยวชาญแนะนำการปฏิบัติตัวและการรักษาเพื่อชะลอการเพิ่มค่าสายตา
  • โรคตาจากจอคอมพิวเตอร์ หรือ CVS ( computer vision syndrome) อาการตาล้า ตาเพลีย เนื่องจากการใช้สายตาจ้องหน้าจอนานเกินไป 

วิธีการรักษา การปฏิบัติตัว เช่นการพักสายตาตามสูตร 20-20-20 คือ นั่งทำงานคอมพิวเตอร์ 20 นาทีควรพักตา 20 วินาที โดยการมองไกลๆ ระยะ 20 ฟุต และควรใส่แว่นตาที่มีเลนส์ชนิดพิเศษที่ป้องกันแสงสีฟ้าที่เป็นอันตราย และเลนส์ลดอาการเพ่งล้าตา เช่น  Eye Spa Zen

  • อันตรายจากแสงยูวี พบว่า วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง อาจได้รับอันตรายจากรังสียูวี ซึ่งสามารถทำลายดวงตา และทำให้เกิดอาการไม่สบาย เช่น ตาล้า หรือ ตามัว
  • วิธีการรักษา เลนส์ใสป้องกันรังสียูวี, เลนส์ปรับแสง เช่น T-Matic, แว่นกันแดดที่มีคุณภาพ สามารถช่วยปกป้องดวงตาจากรังสียูวีที่เป็นอันตรายได้

ปัญหาความผิดปกติทางสายตาในวัยผู้ใหญ่ (อายุ 40-59 ปี)

ช่วงวัยนี้พบว่าดวงตา อาจพบโรคทางตาบ่อยขึ้นในกลุ่มที่มีความเสี่ยง รวมทั้งปัญหาด้านสายตา เช่น

  • สายตายาวตามอายุ (Presbyopia)  ปัญหาในการปรับโฟกัสในการมองวัตถุในระยะใกล้ เนื่องจากกล้ามเนื้อตาและความยืดหยุ่นของเลนส์ตาลดลง

วิธีการรักษา เลนส์โปรเกรสซีฟ หรือเรียกอีกอย่างว่าเลนส์หลายโฟกัส เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีโดยไม่ต้องผ่าตัด

  • จอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ (Aged Macular Degeneration; AMD) อาการคือมองภาพมัวหรือมองภาพบิดเบี้ยวหรือเป็นจุดดำ

วิธีการรักษา เริ่มจากปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง เช่น รัปประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์ และการบริหารกล้ามเนื้อตาสามารถช่วยชะลอโรคได้ การเพิ่มชั้นเคลือบป้องกันรังสียูวีบนผิวเลนส์แว่นตา ก็สามารถช่วยป้องกันอันตรายจากแสงอาทิตย์ได้ เพื่อชะลอความก้าวหน้าของโรค

  • ต้อหิน (Glaucoma) คือ โรคที่เซลล์ประสาทตาลดลงแบบเรื้อรัง โดยสัมพันธ์กับความดันตาสูง รวมทั้งมีการถ่ายทอดกรรมพันธุ์ รวมทั้ง อายุที่มากขึ้น และโรคประจำตัว

วิธีการรักษา เพื่อให้ลดการหายไปไวของเซลล์ประสาทตา โดยการรักษาด้วยวิธีการหยอดยารักษาต้อหิน หรือเลเซอร์ และสุดท้ายคือการผ่าตัดรักษาต้อหิน

ภาวะความผิดปกติของสายตาในวัย 60 ปีขึ้นไป

ช่วงอายุที่พบโรคทางตาเพิ่มขึ้นที่สาเหตุจากความเสื่อมอวัยวะ เช่น

  • ต้อกระจก อาการมองเห็นลดลงในตาข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างจากเลนส์ภายในตาที่ขุ่น โดยสาเหตุหลักจากอายุ และมีสาเหตุอื่นๆอีก เช่น แสงแดดยูวี โรคประจำตัว ยาบางประเภท เป็นต้น

วิธีการรักษา เปลี่ยนแว่นตาใหม่กรณีโรคต้อกระจกไม่มาก โดยแว่นทำให้การมองเห็นดีขึ้น แต่สุดท้ายการรักษาต้อกระจก คือ การผ่าตัดต้อกระจกเพื่อนำเลนส์ตาที่มัวออกไป และแทนที่ด้วยเลนส์ตาเทียมใหม่